เป็นที่รู้กันดีว่า หนึ่งในวิธีกำจัดปลวกที่ได้ผล คือการฉีดพ่นน้ำยาในส่วนต่างๆ
ของบ้าน หรือส่วนที่โดนปลวกโจมตีโดยสามารถสังเกตจุดที่เสียหายจากการกัดกินของปลวกได้ง่ายๆ คือ
เนื้อไม้เปราะบาง มีเสียงกรอกแกรบและมีขุยดินที่เกิดกจากการสร้างของปลวกเป็นทางยาว อย่างไรก็ตาม
ในการฉีดพ่นน้ำยาบางครั้งกลับพบว่า ไม่สามารถจัดการกับปลวกได้อย่างตรงจุด

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวกที่ได้ผล มาฝากกันครับ

ก่อนอื่นอุปกรณ์ในการฉีดพ่นน้ำยา ควรเป็นถังที่มาตรฐาน มีสายยางและหัวฉีดพ่นมาให้ในตัว
ถังควรเป็นสแตนเลส ไม่แนะนำให้ใช้ถังพลาสติกเพราะน้ำยาบางตัวจะทำปฏิกิริยากับพลาสติก
อาจเกิดความเสียหายแก่ถังได้ส่วนด้ามฉีดควรมีความยาวสักหน่อยสำหรับการยื่นไปฉีดในพื้นที่ที่ผู้ฉีด
ไม่สามารถไปถึง เช่น บนฝ้า ในรู เป็นต้น?นอกจากนั้นควรเตรียมอุปกรณ์เสริม เช่น หัวเข็มฉีด ที่จะเป็นลักษณะของสลิงก์ฉีด
สำหรับสวมกับด้ามฉีด เพื่อฉีดในเนื้อไม้ที่แตก หรือส่วนที่เป็นซอกเล็กๆเมื่ออุปกรณ์ครบแล้ว ให้ทำการผสมน้ำยา กับน้ำในถัง
ตามอัตราส่วนที่เหมาะสมกับขนาดที่ใช้ ตามที่น้ำยาประเภทนั้นๆ กำหนดไว้จากนั้นจึงทำการโยกคันโยกที่อยู่บนฝาถังขึ้นลง
เพื่อผสมส่วนของน้ำกับน้ำยาให้เข้ากัน และอัดแรงดันให้กับถังสำหรับฉีด
เมื่อแรงดันได้ที่แล้ว ก็จะสามารถฉีดพ่นน้ำยาได้แล้ว สำหรับระดับการพ่นน้ำยา

มีดังต่อไปนี้

1. การฉีดพ่นในพื้นที่ที่ต้องการให้น้ำยากระจายเป็นวงกว้าง

เช่น สนามบริเวณตัวบ้าน การฉีดในระดับนี้ จะปรับด้ามฉีดให้มีการพ่นน้ำยาเป็นวงกว้าง
หรือฝอยกว้าง โดยองศาการฉีดให้ฉีดต่ำประมาณ 45 องศาเพื่อที่น้ำยาจะได้พรมลงส่วนพื้นรอบๆ
ตัวสิ่งก่อสร้างได้ อย่างทั่วถึงการฉีดแบบนี้จะเน้นฉีดด้านนอกอาคารเป็นหลัก

2. การฉีดพ่นแบบเน้นการทำลาย

หมายถึงการปรับระดับของน้ำยาให้เป็นเส้นตรง เพื่อให้น้ำยามีความเข้มข้นและความแรงมากกว่า
การฉีดแบบฝอย กรณีที่ต้องใช้การฉีดแบบนี้ เช่นการฉีดอัดในรูปลวก การฉีดทำลายรังปลวก การฉีดฝ้าเพดาน เป็นต้น

3. การฉีดโดยปรับความแรงระดับต่ำ สำหรับใช้กับหัวเข็ม

เป็นการฉีดในส่วนที่ต้องการให้น้ำยาเข้าสู่ส่วนที่เป็นซอกหลืบ หรือเนื้อไม้หรือในส่วนที่ไม่สามารถฉีด
ได้ด้วยวิธีการธรรมดาการฉีดแบบนี้จะเน้นไม่ให้มีการเลอะ ของน้ำยาที่มากเกินไปกล่าวโดยสรุปแล้ว
หลักในการฉีดน้ำยาจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันนั่นเอง